โครงการเยาวชนผู้ประกอบการสังคม (Young Social
Entrepreneur: YSE)
รายงานประจำเดือนกรกฏาคม 2550
| สวัสดีค่ะ หายกันไปตั้งนาน …. ได้เวลา update กิจกรรมที่ผ่านมาแล้ว ทางโครงการ YSE ได้มอบหมายให้สถาบันการจัดการแบบองค์รวมเป็นผู้ดำเนินการถอดบทเรียนการดำเนินงานของโครงการฯ ในระยะที่ 2 เพื่อสำรวจความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งประกอบด้วย มูลนิธิอโชก้า, เฟลโลว์ และเยาวชน ที่มีต่อการดำเนินงานโครงการเยาวชนผู้ประกอบการสังคม ในด้านวิสัยทัศน์โครงการ, แผนยุทธศาสตร์, การจัดกระบวนการเรียนรู้ และการบริหารจัดการ จากการสำรวจ ทางสถาบันฯ ได้จัดทำสรุปและนำเสนอข้อมูลต่อคณะกรรมการนวัตกรรมการเรียนรู้ (ILI SG) ซึ่งประกอบด้วยพี่ๆ อโชก้าเฟลโลว์ เพื่อร่วมพิจารณาและสังเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นร่วมกันในเวทีถอดบทเรียนไปเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 50 ที่ผ่านมา ก่อนจะนำไปสู่การจัดทำรายงานถอดบทเรียนฉบับสมบูรณ์ เพื่อรวบรวมเป็นองค์ความรู้และแนวทางในการพัฒนาโครงการเยาวชนต่อไป |
![]() ![]() ![]() |
|
นอกจากพี่ๆ ร่วมด้วยช่วยกันในการถอดบทเรียนโครงการ YSE แล้ว สมาชิกของโครงการ YSE เอง ก็ได้จัดประชุมถอดบทเรียนโครงการของตนเช่นกัน เมื่อวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน ที่เพิ่งผ่านมา โครงการห้องเรียนชุมชน ดำเนินงานโดย ตะวัน พงศ์แพทย์ หรือ บอย และทีมงาน ได้ร่วมถอดบทเรียนหลังเสร็จสิ้นการดำเนินงานโครงการ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ ก.ย.49 - มิ.ย. 50 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 10 เดือน |
| ในงานนี้ ทางส่วนกลางได้มีโอกาสไปร่วมสังเกตการณ์ และเก็บเรื่องราวที่น่าสนใจของน้องๆ ทีมงานในบรรยากาศที่น่ารัก และน่าประทับใจ ของโครงการฯ มาฝากค่ะ | |
| ทางโครงการห้องเรียนชุมชน จัดประชุมสรุปบทเรียน กันที่ “โรงเรียน โรงเล่น” ของกลุ่มรักษ์เขาชะเมา ในบ้านดิน ซึ่งเกิดขึ้นมาจากฝีมือของพี่ๆ น้องๆ กลุ่มรักษ์เขาชะเมา เราเดินเข้าไปในขณะที่ป้าแฟ้บและพี่บอย ของน้องๆ กำลังเริ่มกระบวนการ สรุปทบทวนวัตถุประสงค์ และกิจกรรมการดำเนินงานที่ผ่านมา ร่วมกับทีมงาน ซึ่งประกอบไปด้วยน้องๆ ตั้งแต่ วัย 11 ขวบ ไปจนถึง 20 กว่าๆ อย่างบอย ทั้งหมดรวม 8 ชีวิต | |
![]() ![]() ![]() |
|
| โครงการห้องเรียนชุมชน มีวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้เด็กๆ ได้เห็นถึงความสำคัญต่อการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ โดยนำความรู้ในชุมชนมาเป็นสื่อในการเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่กระบวนการที่จะส่งเสริมให้เด็กเกิดความคิด การตั้งคำถาม และหาคำตอบ และมีส่วนร่วมในการดูแลชุมชน | |
| กิจกรรมของห้องเรียนชุมชนที่ผ่านมา ได้แก่ ห้องเรียนศิลปะ, ค่ายรักษ์วัฒนธรรม “วิถีน้ำ วิถีชุมชน คนรักคลอง”, เรียนรู้ธรรมชาติ “พาน้องเที่ยวถ้ำ”, เรียนรู้วิถีชุมชน “แรลลี่จักรยาน”, นักสืบชายหาด, ปลูกป่า ปลูกใจ | |
![]() ![]() |
|
| นอกจากห้องเรียนชุมชนจะเป็นพื้นที่ที่ทำให้เด็กๆ ได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสเรียนรู้เรื่องราวในท้องถิ่น และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาในท้องถิ่นของตนแล้ว สิ่งที่น่าสนใจ คือ กิจกรรมห้องเรียนชุมชน ไม่ได้เน้นเฉพาะความรู้จากภายนอกเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันได้บ่มเพาะความรู้ที่เกิดจากภาวะภายในของเด็กๆ ด้วย น้องๆ ทีมงานได้ค้นพบความเปลี่ยนแปลง และคุณภาพหลายอย่างจากการร่วมกิจกรรมและ ร่วมกันทำงาน เช่น ความอดทน มีสมาธิ พัฒนากระบวนการคิด การทำงานอย่างรอบคอบ พัฒนาภาวะผู้นำ ผู้ตามที่ดี สร้างความสามัคคี เป็นต้น ทำให้พี่ๆ ได้เห็นการเติบโตของน้องๆ ทีมงาน หลายคน ที่มีทีท่าพร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำต่อไปในอนาคต | |
|
ในด้านของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป็นเด็กๆ ในพื้นที่ชุมชน ต.ทุ่งควายกิน, ต.คลองปูน และ จากโรงเรียนวัดไตรรัตนวราราม ต่างให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมกันจำนวนมาก และยังมีกลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหม่ๆ เพิ่มขึ้น โดยมีชุมชนคอยให้การสนับสนุนและเต็มใจที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเด็กๆ และลูกหลานในชุมชน |
|
|
ในการถอดบทเรียน ทีมงานของบอยก็ได้ ป้าแฟ้บ หรือ พี่แฟ้บ ของใครหลายๆ คนมาช่วยนำกระบวนการ ป้าแฟ้บได้ช่วยกระตุ้น และส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กๆ ด้วยการนำเทคนิควิธีการต่างๆ รวมทั้งสารพัดเรื่องเล่าเกร็ดเล็กน้อย และข้อคิดต่างๆ ที่สอดแทรกไว้อย่างน่าสนใจ ทำให้เราได้เห็นถึงการเรียนรู้ที่เข้าถึง ความคิด ความรู้สึก และเสียงภายในของผู้เรียน เพราะตลอดกระบวนการ น้องๆ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ แต่ในขณะเดียวกันก็สนุก และเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมถอดบทเรียน สามารถสะท้อนความคิดเห็นของตนเองออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ และชัดเจน |
|
|
ก่อนจบประชุม น้องบอยและทีมงานทุกคนได้ร่วมกันขอบคุณผู้สน้บสนุนทุกๆ ฝ่ายที่ให้โอกาสในการสร้างสรรค์กิจกรรมเรียนรู้ดีๆ แบบนี้ ได้แก่ มูลนิธิซิเมนต์ไทย ที่สนับสนุนงบประมาณโครงการ, พี่ๆ เฟลโลว์ และมูลนิธิอโชก้าฯ… ทางเราก็ต้องขอขอบคุณน้องบอย น้องๆ ทีมงานห้องเรียนชุมชนทุกคน พี่แฟ้บ และกลุ่มรักษ์เขาชะเมาเช่นกันค่ะ ในความมุ่งมั่นตั้งใจ และให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งที่ได้สร้างพื้นที่ดีๆ ให้กับเด็กๆ ที่กำลังเติบโตเป็นนักสร้างสรรค์ชุมชนและสังคมต่อไป ( young changmaker) |
|
| ในช่วงบ่าย อากาศเริ่มร้อนอบอ้าวมากขึ้น จนสายฝนโปรยปรายลงมาดับคลายความร้อน กลิ่นไอดินโชยขึ้นมาหอมชื่นใจ เมื่อมองออกไปนอกหน้าตาบ้านดิน จะเห็นความเขียวขจีของพุ่มแมกไม้อยู่รายรอบ เหมือนภาพถ่ายที่ถูกจัดวางอยู่ในกรอบตามธรรมชาติอย่างงดงาม | |
| ในช่วงค่ำคืน พี่บอยได้นำหนังเรื่อง “จินตนาการไม่รู้จบ” (Never ending story) มาให้น้องๆ ได้ดูกันก่อนนอนที่บ้านดินหลังเดิม แต่ปรากฎว่า หลายคนคงใช้จินตนาการมากเกินไปจนเผลอหลับเข้าไปอยู่ในโลกแห่งความฝันของตนเองก่อนเวลาที่หนังจะจบเสียอีก! | |
|
|
ช่วงเช้าของวันที่ 24 มิถุนายน เราได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ในพื้นที่บริเวณบึงน้ำของ โรงเรียน โรงเล่น แห่งนี้ มีทั้ง ต้นยาง มะฮอกกานี และอีกมากมายหลายชนิดที่ไม่รู้จัก ในช่วงวิกฤตภาวะโลกร้อนแบบนี้ การปลูกต้นไม้เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่จะช่วยลดความร้อนระอุลงได้มาก ขณะปลูกต้นไม้ มีคำถามหนึ่งถูกถามขึ้นมา “ต้นไม้อะไรโตเร็วที่สุด” เด็กๆ ทำหน้างงๆ พร้อมๆ กับคิดไปด้วย แต่ไม่มีใครตอบได้ และในที่สุด ผู้ถามเฉลยให้ฟังว่า “ต้นที่เราปลูกไง… ปลูกแล้วก็โตเลย” คนฟังก็ได้แต่ร้อง อ้อ! และอมยิ้มแก้มตุ่ยกันไป … ร่วมแรงร่วมใจกันเสร็จ ต่างคนก็คงจะคาดหวังในใจลึกๆ ที่จะเห็นต้นไม้เหล่านี้เติบโตแผ่กิ่งก้านร่มเงาต่อไป พร้อมกับความรู้สึกปลื้มอกปลื้มใจ ภายใน ที่ได้ช่วยกันเป็นส่วนหนึ่งในการลดภาวะโลกร้อนที่กำลังเป็นอยู่ขณะนี้ |
|
สำหรับกิจกรรมต่อไป YSE เองได้ดำเนินงานมาจนเสร็จสิ้นกิจกรรมตามแผนงานแล้ว เรากำลังจะมีงาน 3 ปี YSE พร้อมกับเวทีประเมินผลโครงการฯ ในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ แล้วเราจะเก็บเรื่องราวที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังนะคะ |
|